ของเล่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริกา



ในสภาวะปัจจุบัน ผู้คนต่างหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น อุตสาหกรรมของเล่นก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ปรับตัวเพื่อรับมือกับเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม หลายบริษัทได้นำนวัตกรรมการผลิต

สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยและข้อปฏิบัติต่างๆ มาปรับใช้ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ได้มาตราฐาน และมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยลง

1. กระแสเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน

ผู้ผลิตของเล่นในสหรัฐฯ หลายรายต่างตระหนักถึงคุณภาพและมาตรฐานในการผลิต โดยได้นำกระบวนการผลิตที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ รวมถึงนิยมใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อประหยัดพลังงานและลดปริมาณของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเป็นอีกหนึ่ง

กลไกสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดำเนินไปได้ด้วยดี เนื่องจากสามารถกำหนดมาตรการในการผลิต โดยใช้วัสดุที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมนอกจากนี้ ครอบครัวยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและหันมาช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาจเริ่มจากการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง อาทิ การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การรีไซเคิล การประหยัดพลังงาน การเดินแทนการใช้รถในการเดินทางระยะใกล้ หรือการปลูกต้นไม้ เป็นต้น

ในขณะที่ผู้ผลิตของเล่นเอง ก็พิจารณาถึงประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากของเล่นชิ้นนั้นๆ เป็นสำคัญ รวมทั้งใส่ใจในวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมไปถึงคุณค่าทางจิตใจที่ได้รับจากการเล่นของเล่น Laurie Hyman หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Green Toy Inc. ให้ความเห็นว่า ในการเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็ก พ่อแม่จะต้องรู้สึกดีและมั่นใจในสินค้าที่ได้เลือกซื้อ ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงวัสดุที่ใช้และคุณค่าที่ได้จากของเล่นชิ้นนั้นๆ เป็นสำคัญ ซึ่งนอกจากของเล่นจะต้องช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กแล้ว ของเล่นที่ทำจากวัสดุที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจเลือกซื้อของเล่นของเล่นที่ผลิตโดย Green Toy Inc. จะเน้นที่วัสดุ การผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงานและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

2. พันธะร่วมกันเพื่อสิ่งแวดล้อม

แนวโน้มการใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมของเล่น ด้วยเพราะปัจจัยหลายประการ อาทิ ความต้องการของผู้บริโภค ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และภาวะโลกร้อน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตและมาตรการต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผู้ผลิตและร้านค้าของเล่นหลายรายได้ดำเนินมาตรการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การที่ผู้ผลิตชั้นนำเริ่มใช้มาตรการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ผู้ผลิตรายย่อยอื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้น โดยได้นำมาปรับใช้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมถึงการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อเผยแพร่ผู้บริโภค ผู้ผลิตรายหนึ่งให้ความเห็นว่า การนำแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่พอทำได้ แล้วจึงค่อยพัฒนาไปสู่วิธีปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรหลายบริษัทได้พยายามลด Carbon footprint โดยการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิดผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกมาจึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีสำนึกรักสิ่งแวดล้อมได้เป็น
อย่างดี พันธะที่บริษัทให้การสนับสนุนและปฏิบัติในเรื่องสิ่งแวดล้อม ได้แก่

• การใช้กระดาษและวัสดุอื่นๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต
• การผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกรูปแบบใหม่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
• การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี
• การใช้สีย้อมธรรมชาติ
• การใช้กาวและวัสดุที่ปราศจากสารพิษ
• โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐาน Fair Trade
• ส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมโดยให้การสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในชุมชน
• ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่ลูกค้าและพนักงาน เพื่อให้การปฏิบัติเกิดขึ้นได้จริง

3. ของเล่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Toys)

การดำเนินมาตรการอนุรักษ์ธรรมชาติในบริษัทของเล่นเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2550 เมื่อมีการมอบรางวัล Dr.Toy Best Green Company Award ให้แก่ Blue Orange Games ซึ่งเป็นผู้ผลิตของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ โดยผู้ผลิตให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยต้นไม้ทุกๆ หนึ่งต้นที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตของเล่นชนิดนี้ ผู้ผลิตจะปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเป็น 2 ต้น เพื่อทดแทนต้นไม้ที่ได้ใช้ไป นอกจากนี้ วัสดุที่นำมาใช้ผลิตจะเป็นวัสดุชั้นดี ปลอดภัยต่อเด็ก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังคำนึงถึงวิธีที่จะพัฒนาคุณภาพของเล่น ซึ่งได้แก่ เกมส์ที่ทำจากไม้ (wooden games) blocks และ puzzle อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และด้วยนโยบายปลูกต้นไม้ทดแทนนี้เอง บริษัท Blue Orange สามารถปลูกต้นไม้ได้ถึง 50,000 ต้น นับตั้งแต่ปี 2550

ในปี 2551 บริษัท Green Toys Inc. ได้ทำการรณรงค์ให้ลูกค้าและสังคมได้หันมารักษ์สิ่งแวดล้อม โดยทางบริษัทได้ใช้พลาสติกรีไซเคิลและวัสดุที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการผลิตของเล่นชนิดต่างๆ รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ บริษัทยังยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความยั่งยืนคงทน ในการเลือกใช้วัสดุในการผลิต บรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงปรัชญาในการทำธุรกิจ เพื่อให้ได้ของเล่นที่มีคุณภาพและให้ความบันเทิงแก่ผู้บริโภค โดยเน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ได้ทำมาจากขวดพลาสติกบรรจุนมที่ผ่านการรีไซเคิล ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังไม่เป็น
อันตรายต่อเด็กอีกด้วย บริษัท Green Toys Inc. นับเป็นผู้ผลิตของเล่นชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบของเล่นที่มีสีสันสดใส โดยสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.greentoys.com

ขณะที่บริษัท Hugg-A-Planet Co. เริ่มหันมาผลิตของเล่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในปี 2552 ซึ่งทางบริษัทได้ผลิต Foundlings ที่ทำจากฝ้ายอินทรีย์ (Organic cotton) ใยฝ้ายธรรมชาติ 100% ที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่ได้จาก
ธรรมชาติและมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้รักธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมยังมีให้เลือกไม่มากนัก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป และเพิ่งเริ่มได้รับความนิยม ซึ่งสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็มีส่วนช่วยให้สินค้าชนิดนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

Green Toy Recycling Truck เด็กจะได้เรียนรู้และได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมผ่านการเล่นรถบรรทุกรีไซเคิล ซึ่งทำมาจากขวดนม กระป๋อง และกระดาษที่ผ่านการรีไซเคิลหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยเน้นการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเล่นนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3-9 ปี ราคาอยู่ที่ 24.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Hugg-A-Planet Foundlings (ตุ๊กตายัดนุ่น) ของเล่นสำหรับเด็กทอจากฝ้ายอินทรีย์ (Organic cotton) 100 % ซึ่งปลูกแบบธรรมชาติ ม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง และไม่ผ่านการฟอกสี นับเป็นหนึ่งในของเล่นที่ปลอดภัย ปราศจากสารทำลายสภาวะแวดล้อม เป็นสินค้า hand-madeมีให้เลือกทั้งเต่า กระต่าย หมี สุนัข ช้าง และปลาวาฬ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี ราคาประมาณ 15.95–29.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Maple Landmark Woodcraft Maple Teether Pair Teether ที่ทำจากไม้ธรรมชาติ มีความแข็งแรงทนทาน ปลอดภัยสำหรับเด็กทารกราคาขายปลีกอยู่ที่คู่ละ 15.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวอย่างสินค้า Eco-Friendly Toys หรือ Green Toys

ที่มา: Toy R US

4. มาตรฐานและการรับรองคุณภาพ (Green Standard and Certifications)

มาตรฐานและการรับรองคุณภาพโดยใช้สัญลักษณ์ EcoLogo ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในสหรัฐฯ และแคนนาดา เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการผลิตของเล่นที่ใส่ใจธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้พ่อแม่และผู้ปกครองในการเลือกซื้อของเล่นที่ได้มาตรฐานและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดในภายภาคหน้าปัญหาการเปลี่ยนชื่อสินค้าเพื่อล้างภาพลบและให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (Greenwashing) ยังคงเป็นปัญหาที่พบได้ในธุรกิจของเล่น โดยอาจมีการกล่าวอ้างว่าเป็นสินค้าที่ทำจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษ หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ผู้ผลิตของเล่นสำหรับเด็กและฝ่ายการตลาดควรให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยง Greenwashing EcoLogo Toy Standard ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ของเล่นที่ทำจาก ไม้ พลาสติก ยาง ผ้า โลหะ และวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ โดยไม่นับรวมของเล่นที่มีกลิ่นหอม ของเล่นที่มีสาร anti-bacteria หรือ antimicrobial agents รวมถึงของเล่นที่ทำจากโลหะหนัก อาทิ ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารก่อมะเร็ง และสารที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของเซลล์

ขั้นตอนการพิจารณารับรองมาตรฐาน EcoLogo เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีกที่สนใจ หน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งขั้นตอนการพัฒนา EcoLogo Toy Standard นี้ ดำเนินการโดย EcoLogo Program ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยชั้นนำ รายละเอียด เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.ecologo.org  ทั้งนี้ EcoLogo Toy Standard ยังอยู่ในขั้นดำเนินการ ผู้ผลิตและผู้ประกอบที่ต้องการ ตรวจสอบมาตรฐานของของเล่น จึงควรหมั่นเข้าไปติดตามรายละเอียดได้ตามเว็บไซต์ดังกล่าว หรือติดต่อได้ที่ Katherine Stewart (EcoLogo program): kstewart@ecologo.org

5. แหล่งข้อมูลด้านการส่งเสริมและรักษาสภาพแวดล้อม

- The New 50 Simple Thing Kids Can Do to Save the Earth, www.50simplekids.com
- True Green Kids-100 things you can do to save the planet, www.betruegreen.com
- U.S. Environ ment Protection Agency www.epa.gov/kids
- Consumer Product Safety Commission www.cpsc.gov
- Green American: www.greenamericatoday.org
- Global Green: www.globalgreen.org
- Green Matters: www.greenmatters.com
- The Ecologist www.theecologist.org
- The Green Guide www.thegreenguide.com
- Kid’s Planet www.kidsplanet.org
- Planet Green www.planetgreen.discovery.com/go-green/
- Planet Patrol www.planetpatrol.info
- Green People www.greenpeople.org

6. ข้อคิดเห็นและเสนอแนะ
1. ผู้ผลิต/ส่งออกของเล่นควรให้ความสำคัญกับการออกแบบสินค้า ขั้นตอนและกระบวนการผลิต รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้มีความปลอดภัยสำหรับเด็ก และไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ของเล่นที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าของเล่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตจากวัสดุที่ไม่เป็นผลมาจากการทำลายสภาพแวดล้อม ดังนั้น ผู้ผลิตไทย ควรพิจารณาเลี่ยงพลาสติกชนิดพีวีซี(PVC-free) หากของเล่นทำจากวัสดุไม้ ควรเป็นไม้ที่ได้รับการรับรองจาก Forest Stuart Council (FSCcertified)ของเล่นประเภทไม่ใช้แบตเตอรี่ (Non-battery operating toys) การใช้สีจากวัสดุธรรมชาติ(Non-toxic paint) และ การใช้วัสดุอินทรีย์ (Organic Materials) รวมไปถึงการใช้เครื่องหมายหรือสัญญลักษณ์รับรองคุณภาพสินค้า แสดงว่าเป็นสินค้า Eco-Friendly หรือ Green จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

3. บริษัทผู้ผลิตควรดำเนินมาตรการรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในองค์กร อาทิ ควรส่งเสริมให้มีการประหยัดพลังงาน ให้ความรู้แก่พนักงานในองค์กรเพื่อให้การปฏิบัติเกิดขึ้นจริงรวมทั้งให้ความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริม สนับสนุน และมีส่วนรวมในกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชน เพื่อเป็นการการสร้างสำนึกรักสิ่งแวดล้อม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร อีกทั้งยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้อีกทางหนึ่งด้วย

4. แนวโน้มรักษ์โลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้างบริษัทผู้ผลิตควรส่งเสริมให้มีการค้นคว้าวิจัยในสินค้าและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ ยังควรติดตามข่าวสารและแนวโน้มของตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เข้าใจและสามารถผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก
1 กรกฎาคม 2553

Related Posts

No related posts.




Leave a Reply